มอยเจอร์ไรเจอร์สำหรับผิวมัน

มอยเจอร์ไรเจอร์สำหรับผิวมัน

คนที่มีผิวมันจะมีรูขุมขนเปิดกว้าง ผิวจะไม่เรียบเนียน ซึ่งในขณะเดียวกันรูขุมขนก็จะคล้ายกับผิวส้ม ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ผิวชั้นนอกจะดูหนา เนื้อผิวหยาบ มีน้ำหล่อเลี้ยงผิวอยู่มากจนผิดปกติ และที่ผิวไม่เรียบเนียนนั้น เนื่องจากการอุดตันของไขมันและสิว ซึ่งผิวมันจะเป็นผิวที่มีการผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น จนทำให้ผิวหน้ามัน และมีความมันมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะบริเวณทีโซน มักจะมีรูขุมขนใหญ่ เป็นสิวง่ายขึ้น ซึ่งผิวมันก็จะมีข้อดีที่ผิวมีความชุ่มชื้นอยู่มากจึงทำให้เกิดริ้วรอยช้ากว่าผิวประเภทอื่น

ผิวมันควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มอยเจอร์ไรเจอร์ในรูปของโลชั่นที่มีเนื้อบางเบา ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย และควบคุมความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ควรใช้เครื่องสำอางบำรุงผิวหน้า (Moisturizer) ที่เสริมความแข็งแรงให้แก่ผิว เพื่อรักษาความชุ่มชื้น และป้องกันการเกิดริ้วรอยควบคู่กันไปด้วย ดังนั้น จำเป็นต้องใช้เครื่องสำอางบำรุงผิวหน้า Oil Free (ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ) เพื่อไม่ให้หน้ามันเยิ้มระหว่างวัน และเพราะผิวมันจะมีความสามารถในการให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

สำหรับการทำความสะอาดใบหน้านั้น ควรล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่อ่อน ๆ อย่างน้อย ๒-๓ ครั้งต่อวัน ซึ่งถ้าผิวมันแล้วยังล้างหน้าบ่อย ก็จะทำให้ผิวแห้งได้ และจะเกิดอาการระคายเคืองได้ง่ายอีกด้วย และควรรับประทานอาหารประเภทผัก ผลไม้ เนื้อที่ไม่ติดมัน ปลา และควรดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ

เทคนิค! เลือกซื้อ เลือกใช้เครื่องสำอางอย่างปลอดภัย

สาวๆ หลายคน ต้องเจอกับปัญหาหน้าพังเพราะการเลือกซื้อ เลือกใช้เครื่องสำอางอย่างผิดวิธี หรือใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง จนก่อให้เกิดการแพ้ได้ ซึ่งวันนี้เราก็จะพาคุณไปเลือกซื้อ เลือกใช้ เครื่องสำอางอย่างปลอดภัย ด้วย 4 เทคนิค ที่จะทำให้คุณหมดกังวล เรื่องหน้าพังไปได้เลย ว่าแต่จะมีวิธีไหนบ้างนั้น มาดูกัน

1. เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะกับผิว

เพราะผิวของคนเรามีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสมหรือผิวแพ้ง่าย ดังนั้นเพื่อการใช้เครื่องสำอางอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดและไม่ทำให้ผิวเกิดการแพ้ ควรเลือกเครื่องสำอางที่มีความเหมาะกับสภาพผิวของตนเองหรือมีสูตรเฉพาะสำหรับสภาพผิวนั้นๆ

2. อย่าลืมทดสอบก่อนซื้อทุกครั้ง

หลายคนมักจะพลาดตรงจุดนี้ เพราะเมื่อเจอเครื่องสำอางที่ถูกใจหรืออยากได้ ก็จะรีบจ่ายเงินซื้อทันที ซึ่งเมื่อนำมาใช้แล้วเกิดการระคายเคืองก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ต้องทิ้งทั้งเครื่องสำอางและเสียเงินเปล่ากันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ก่อนซื้อเครื่องสำอางทุกครั้ง ควรทำการทดสอบก่อน ซึ่งก็มีวิธีการทดสอบ ดังนี้

ทาเครื่องสำอางบริเวณท้องแขนของตนเอง รอสังเกต 30 นาที หากไม่เกิดอาการผิดปกติใดๆ ก็สามารถซื้อมาใช้ได้
เปลี่ยนทดลองใช้เครื่องสำอางทีละชิ้น เพราะหากเกิดการแพ้ จะได้ไม่สับสนว่าเป็นเพราะเครื่องสำอางชิ้นไหนนั่นเอง

3. เช็กวันหมดอายุเสมอ

แค่ได้เห็นว่าเครื่องสำอางกำลังลดราคาชุดใหญ่ หลายคนก็รีบกระหน่ำซื้อกันทันที แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมเครื่องสำอางจึงลดราคาล่ะ เป็นเพราะใกล้หมดอายุหรือเปล่า แน่นอนว่าหลายคนคงจะไม่ทันได้สังเกต เพราะฉะนั้นก่อนจะเหมาเครื่องสำอางที่กำลังลดราคาอยู่ตรงหน้า ลองสังเกตวันหมดอายุสักนิด รวมถึงลักษณะของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งหากมีรอยบุบหรือมีสภาพที่ไม่ค่อยเหมาะกับการใช้งานสักเท่าไหร่ ก็ตัดใจอย่าซื้อจะดีกว่า

4. อย่าใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่น

หลายคนชอบแชร์เครื่องสำอางร่วมกัน โดยไม่รู้เลยว่านั่นอาจนำพาโรคผิวหนังและปัญหาสิวเสี้ยนมาสู่คุณได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว แถมยังเสี่ยงต่อโรคติดต่ออื่นๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นหากไม่จำเป็น ไม่ควรใช้เครื่องสำอางร่วมกับบุคคลอื่นเป็นอันขาด

เครื่องสำอาง เป็นสิ่งที่จะช่วยแต่งเติมความสวยใสและความโดดเด่นให้กับสาวๆ แต่ในขณะเดียวกัน หากไม่ระมัดระวังในการเลือกใช้เครื่องสำอางให้ดี ก็อาจนำผลเสียมาสู่ผิวหน้าได้เช่นกัน

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อหรือเลือกใช้เครื่องสำอาง ควรตรวจเช็คก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวันหมดอายุ การทดสอบการแพ้หรือความเหมาะสมกับสภาพผิว แค่นี้ก็สามารถใช้เครื่องสำอางได้อย่างปลอดภัยแล้ว